Waterjet Cutting เป็นเทคนิคการตัดที่ใช้แรงดันน้ำสูงผสมกับสารกัดกร่อน(Abrasive) เพื่อเพิ่มความสามารถในการตัดวัสดุที่แข็งและหนา เช่น โลหะ เซรามิก หิน และกระจก กระบวนการนี้ช่วยให้การตัดมีความแม่นยำสูงโดยไม่มีความร้อนสะสมในชิ้นงาน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบหลักเมื่อเทียบกับวิธีตัดแบบอื่น ๆ เช่น เลเซอร์หรือพลาสม่า
ประเภทของสารกัดกร่อน(Abrasive) ที่ใช้ใน Waterjet Cutting
Garnet (การ์เนต)
การ์เนตเป็นแร่ธรรมชาติที่มีความแข็งและความสามารถในการเฉือนสูง ทำให้เป็นตัวเลือกที่นิยมที่สุดในกระบวนการ Waterjet Cutting มีหลายขนาด เช่น 60,80 และ 120 Mesh โดยขนาดที่เล็กกว่าจะให้การตัดที่ละเอียดขึ้น เหมาะสำหรับการตัดโลหะ เหล็ก สแตนเลส อะลูมิเนียม และหิน
Aluminum Oxide (อลูมิเนียมออกไซด์)
Aluminum Oxide มีความแข็งสูงกว่า Garnet และสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ในบางกรณี มักใช้สำหรับตัดวัสดุที่ต้องการแรงตัดสูง เช่น เซรามิก และโลหะที่แข็งและหนา
Silicon Carbide (ซิลิคอนคาร์ไบด์)
Silicon Carbide เป็นวัสดุที่แข็งกว่า Garnet และ Aluminum Oxide ทำให้เหมาะสำหรับการตัดวัสดุพิเศษที่มีความแข็งสูง เช่น คาร์ไบด์ เซรามิก และกระจกที่หนามาก
Olivine (โอลิวีน)
Olivin มีคุณสมบัติคล้ายกับ Garnet แต่มีความแข็งต่ำกว่าเล็กน้อย มักใช้สำหรับการตัดวัสดุที่ไม่ต้องการความรุนแรงมาก เช่น หินอ่อน กระเบื้อง หรือคอนกรีต
Glass Beads
Glass Beads ใช้ในงานที่ต้องการความละเอียดสูงและลดการสร้างรอยบนวัสดุ เช่น การตัดพื้นผิวที่ต้องการความเรียบ
การเลือกใช้สารกัดกร่อนที่เหมาะสม
- Garnet : เหมาะสำหรับการตัดทั่วไป เช่น โลหะ กระจก และหิน มีความคุ้มค่าสูงสุด
- Aluminum Oxide : เหมาะสำหรับวัสดุที่แข็งมาก เช่น เซรามิก และโลหะหนา
- Silicon Cabide : เหมาะสำหรับการตัดที่ต้องการแรงเฉือนสูง เช่น คาร์ไบด์
- Olivine : เหมาะกับการตัดวัสดุที่ไม่ต้องการแรงตัดรุนแรงมาก เช่น หินอ่อน
- Glass Beads : เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูงและพื้นหิวที่เรียบ
ข้อดีของ Waterjet Cutting
- ไม่มีความร้อนสะสมในชิ้นงาน ทำให้โครงสร้างวัสดุไม่เปลี่ยนแปลง
- สามารถตัดวัสดุได้หลากหลาย ตั้งแต่โลหะ เซรามิก หิน และกระจก
- มีความแม่นยำสูง และลดการเสียรูปของวัสดุ
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะไม่มีการปล่อยควันหรือสารเคมีอันตราย
สรุป
Waterjet Cutting เป็นเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและยืดหยุ่นสูง สามารถใช้สารกัดกร่อนประเภทต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับวัสดุที่ต้องการตัด การเลือกใช้สารกัดกร่อนที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดและลดต้นทุนการผลิต ดังนั้น หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรพิจารณาประเภทของวัสดุและคุณสมบัติของสารกัดกร่อนที่ใช้ร่วมกับระบบ Waterjet
