Waterjet Cutting เป็นหนึ่งในกระบวนการตัดที่แม่นยำและทรงพลังที่สุดในอุตสาหกรรม โดยอาศัยแรงดันน้ำสูงร่วมกับสารกัดกร่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตัด Garnet เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมสูงสุดมนกระบวนการนี้ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้งในแง่ของความแข็ง ความคม และความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม
ความแข็งสูง ช่วยให้ตัดได้มีประสิทธิภาพ
Garnet มีค่าความแข็งอยู่ที่ 7.5-8.5 Mohs ซึ่งแข็งพอที่จะใช้ตัดวัสดุหลากหลายประเภท เช่น โลหะ สแตนเลส หิน แก้ว และคอมโพสิต การมีความแข็งที่เหมาะสมช่วยให้สามารถทำลายโครงสร้างของวัสดุที่ตัดได้โดยอย่างมีประสิทธิภาพ
ความหนาแน่นสูง ควบคุมการตัดได้ดี
Garnet มีความหนาแน่นเฉลี่ยประมาณ 4.0 g/cm3 ทำให้เม็ดของ Garnet สามารถรักษาแรงเฉื่อนได้ดีขณะถูกฉีดออกจากหัวฉีดของเครื่อง Waterjet สิ่งนี้ช่วยให้การตัวมีความแม่นยำ ควบคุมทิศทางของรอยตัดได้ง่าย และลดการกระเด็นของวัสดุ
อนุภาคแตกตัวเป็นมุมแหลม เพิ่มประสิทธิภาพในการตัด
เมื่อ Garnet ถูดบดให้เป็นผง มันจะมัอนุภาคที่มีขอบคม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกัดเซาะ และทำให้รอยตัดสะอาด ไม่เกิดความเสียหายรอบ ๆ บริเวณที่ตัด เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูง
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่เป็นพิษ
Garnet เป็นแร่ธรรมชาติที่ไม่มีสารพิษหรือโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำให้เกิดฝุ่นที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ จึงสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยทั้งในอุตสาหกรรมและห้องปฏิบัติการ
ไม่ทำให้วัสดุเสียรูป เนื่องจากเป็นกระบวนการตัดแบบไร้ความร้อน
Waterjet Cutting เป็นกระบวนการตัดที่ไม่มีการสร้างความร้อน ทำให้วัสดุไม่เกิดการเสียรูปจากความร้อน ซึ่งแตกต่างจากการะบวนการตัดด้วยเลเซอร์หรือพลาสมา ดังนั้น Garnet จึงเหมาะสำหรับการตัดวัสดุที่ไวต่อความร้อน เช่น อลูมิเนียม ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์
สรุป
Garnet เป็นวัสดุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกระบวนการ Waterjet Cutting เนื่องจากมีความแข็งที่เหมาะสม ตัดได้อย่างแม่นยำ ไม่ทำให้วัสดุเสียหายจากความร้อน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีขนาดเม็ดที่หลากหลาย รองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถตัดวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนการบำรุงอุปกรณ์

